“ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลายเป็นสโมสรล่าสุดที่โดดร่วมวงแย่งตัวจูเลี่ยน ดรักซ์เลอร์

“ซาตานแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแปลงเป็นสมาพันธ์ปัจจุบันที่กระโดดร่วมกลุ่มแย่งตัวจูมัน ดรักซ์เลอร์เพลย์เมกเกอร์กลุ่มชาติเยอรมันจาก”เปแอสเช”กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง

หากแม้ทั้งยังเอเยนต์ของนักฟุตบอลแล้วก็สมาคมจะออกมายืนกรานว่าเขาจะผิดขายออกไปแม้กระนั้นดาวเตะวัย 23 ปีก็ได้รับการคาดหมายว่าจะล่ำลากลุ่มข้างหลังย้ายมาจากโอ้อวดล์ฟส์บวร์กได้เพียงแต่ 8 เดือน

ตามการรายงานข่าวจาก เดลี ไม่ร์เรอร์ สื่อมีชื่อดินแดนผู้ดีกล่าวว่าโจเซ่ มูรินโญ่แปลงเป็นผู้จัดการกลุ่มคนปัจจุบันที่แสดงความพอใจในตัวเขาข้างหลังกรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมงเรียกร้องค่าจ้างเพียงแต่ 32 ล้านปอนด์

ที่น่าไม่น่าเชื่อก็คือค่าจ้างดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วน้อยกว่าที่พวกเขาทุ่มซื้อนักฟุตบอลมาเมื่อมกราคมเสียอีกรวมทั้งหลายสมาคมของพรีเมียร์ ลีกก็มั่นใจว่าเขาจะเป็นการซื้อตัวที่คุ้มที่สุดในซัมเมอร์นี้

อาร์เซน่อลแล้วก็อาร์แซน เวนเกอร์มีความสนใจในตัวนักฟุตบอลมาอย่างนานข้างหลังติดตามเขามาตั้งแต่อายุ 17 ปีรวมทั้งพร้อมดึงตัวไปร่วมถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

แต่เวนเกอร์ก็ยืนกรานข้างหลังความปราชัยต่อสโต๊ค สิตี้ว่าพวกเขาจะเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลใหม่ก็เมื่อสามารถกำจัดนักฟุตบอลส่วนเกินออกไปได้แล้วเท่านั้น

โน่นก็เลยให้โอกาสให้กับยูไนเต็ดที่ยังคงอยู่ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนนักฟุตบอลสำหรับผู้เล่นในแนวรุกถึงแม้ดรักซ์เลอร์บางทีอาจจะไม่ตรงกับความอยากของมูรินโญ่พลาดท่าเดียวข้างหลังอยากปีกที่มีความเร็วจัดจ้า

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

เวย์น รูนี่ย์ จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่ เอฟเวอร์ตัน

เวย์น รูนี่ย์ จากกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สู่ถิ่นเก่า เอฟเวอร์ตัน

ช่วงเวลา 13 ปีนั้นไม่ใช่ระยะทางที่สั้นเลยสำหรับนักเตะคนหนึ่งที่จะค้าแข้งให้กับสโมสรใดสโมสรหนึงและแน่นอนว่าเขาคนนั้นจะต้องฝากผลงานไว้อย่างมากมาย เหมือนที่ เวย์น รูนี่ย์ ทำไว้ให้กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เวย์น รูนี่ย์
เวย์น รูนี่ย์

นับตั้งแต่ย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดเมื่อปี 2004 เวย์น รูนี่ย์ ก็ค่อยๆไต่เต้าจากดาวรุ่งหน้าเปื้อนกระ จนกลายมาเป็นกัปตันทีมและดาวยิงสูงสุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ด้วยสถิติการทำประตู 253 ลูก จาก 559 นัดที่ลงสนาม

โทรฟี่ย์ 16 ใบรวมทุกรายการที่เจ้าตัวเคยคว้ามากับทีมนั้น เป็นเครื่องการันตีได้อย่างดีถึงความสำเร็จที่มีและตอกย้ำว่าเขาคือตำนานที่แท้จริงอีกคนหนึ่งของทีม แม้ว่าจะไม่ได้แขวนสตั๊ด ณ โรงละครแห่งความฝันเหมือนย่างไรอัน กิ๊กส์หรือพอล สโคลส์ก็ตาม

เชื่อว่าแฟนบอลของ “ปีศาจแดง” รวมทั้งเจ้าตัวเองก็คงจะรู้สึกเสียดายไม่น้อยอยู่เหมือนกัน ที่เส้นทางของหัวหอกวัย 31 ปีไม่ได้จบลงพร้อมกับเสื้อสีแดงที่มีตราสามง่ามติดอยู่บนหน้าอก แต่บางครั้งในโลกของฟุตบอล คำว่า “แฮปปี้ เอนดิ้ง” มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ

และที่สำคัญการที่จะทำให้มันเกิดหรือไม่เกิดขึ้นนั้น ล้วนแล้วแต่มีเหตุมีผลประกอบด้วยทั้งสิ้น

แม้ว่าจะระเบิดฟอร์มทะลุปรอทจนได้รับฉายาว่า “สุกรโลกันต์” ด้วยการเล่นที่ดุดัน แพสชั่นเต็มเปี่ยม สู้ทุกลูก ทุกจังหวะเพื่อทีมอยู่เกือบ 10 ปี จนช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จมากมาย แต่แล้วหลังจากอายุขยับเข้าใกล้เลข 3 นั้น ฟอร์มการเล่นของหัวหอกทีมชาติอังกฤษก็ขยับไกลจากคำว่า “ดี” ไปเรื่อยๆ

ที่เห็นชัดที่สุดน่าจะเป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายจากยุคของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไปยัง เดวิด มอยส์ ซึ่งแม้ว่าจริงๆแล้วจะมีหลายคนบอกว่า รูนี่ย์ฟอร์มดร็อปลงในช่วงท้ายการคุมทีมของ “เฟอร์กี้” แต่ในระหว่างการคุมทีมของ มอยส์ นั้น รูนี่ย์ยังสามารถดึงการเล่นตัวเองเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับทีมได้อยู่บ้าง แม้ว่าจะไม่สม่ำเสมอ แต่หลังจากช่วงท้ายการคุมทีมของ มอยส์ แล้ว แข้งใหม่แต่หน้าเดิมของเอฟเวอร์ตันก็ไม่เคยกลับมาสู่จุดเดิมอีกเลย

นับตั้งแต่ยุคของหลุยส์ ฟาน ฮาล จนมาถึงโจเซ่ มูริญโญ่แล้วนั้น จะเห็นได้ว่าทั้งสองกุนซือพยายามเหลือเกินที่จะปรับเปลี่ยนการยืนตำแหน่งของ เวย์น รูนี่ย์ ให้นอกเหนือไปจากตำแหน่งศูนย์หน้า เพราะการมาของนักเตะใหม่และเจ้าตัวเองก็ดูจะไม่สามารถผลิตสกอร์ได้ดีเหมือนเก่าแล้วด้วย

แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องการของทำประตู เพราะภาพที่เราคุ้นชินกันตลอดในช่วง 2-3 ฤดูกาลหลังมานี้ คือการที่แม้ว่า เวย์น รูนี่ย์ จะพยายามขยันไล่บอลเหมือนอย่างที่ตนเคยทำ แต่ด้วยสภาพร่างกายที่โรยราและการเผาผลาญที่น้อยลงจนทำให้ดูอวบขึ้น(แทบจะปีต่อปี) เจ้าตัวเลยเหมือนจะทำได้ไม่สุด แถมยังจับบอลหลุด ไม่นิ่งและจ่ายบอลเสียอยู่บ่อยครั้ง

เวย์น รู่นี่ย์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เวย์น รู่นี่ย์ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เชื่อเหลือเกินว่าทั้งกุนซือของทีมและแฟนบอลอย่างเราๆเองก็คิดกันหัวแทบแตกว่า ทำไมนักเตะระดับแถวหน้าของยุโรปที่ทำผลงานสะเด็ดสะเด่ามาได้อย่างมากมาย ถึงโรยราและฟอร์มหดหายไปจนถึงขั้นเบสิคการเล่นธรรมดาที่ตกหล่นในวัยเพียงแค่ 30 ปีเท่านั้น

นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไมไม่ว่าจะทั้งฟาน ฮาลและ มูริญโญ่ เองจึงพยายามที่จะยัด เวย์น รูนี่ย์ เข้าไปใน 11 ตัวจริงให้ได้ แม้ว่าสุดท้ายแล้วผลงานที่ออกมาจะไม่เข้าตาก็ตามในช่วงแรกๆ จนสุดท้ายก็ต้องยอมถอดใจ เพราะ “ขุนไม่ขึ้น” จริงๆ

ผมเองก็ยอมรับว่าคิดไม่ตกจริงๆกับฟอร์มอันร่วงโรยของ เวย์น รูนี่ย์ ที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะ “หมด” ไวขนาดนี้ ซึ่งปัจจัยที่เกี่ยวข้องอาจจะมีหลายอย่าง ไม่ว่าจะทั้งอายุ สไตล์การเล่นหรือแรงจูงใจที่อาจจะอิ่มเอิบแล้วสำหรับเจ้าตัวในการเล่นในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด พาลทำให้การเล่นเฉื่อยชาไปด้วย

รวมไปถึงความมั่นใจและปัจจัยอื่นๆที่เราอาจจะไม่ทราบถึงได้อีก

ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนหนึงที่ขอออกตัวก่อนเลยว่า ไล่ตามวิจารณ์ เวย์น รูนี่ย์ มาตลอดในช่วง 2-3 ปีหลัง แต่ก็เป็นคนเดียวกันนี่แหละที่คอยให้กำลังใจและเถียงคอเป็นเอ็นกับแฟนบอลทีมอื่นมาตลอด เวลาที่ดาวเตะเบอร์ 10 โดนวิจารณ์เสียๆหายๆ

ฉะนั้นผมจึงหวังว่ามันจะเป็นแค่ความอิ่มตัวที่เกิดขึ้นจากการโด่งดังตั้งแต่เด็ก ประสบความสำเร็จมากมายและเมื่อเขาได้ลองเจอกับความท้าทายใหม่ๆ อย่างเช่นการพา “ท๊อฟฟี่ย์สีน้ำเงิน” ก้าวขึ้นไปสู่ความสำเร็จ มันอาจจะปลุกไฟในตัวให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งก็เป็นได้

อย่างที่บอกไป หลายๆคนอาจจะใจหายและรู้สึกแปลกๆที่เวย์น รูนี่ย์ ซึ่งอยู่กับทีมมานานนั้นตัดสินใจย้ายกลับไปเล่นให้กับ เอฟเวอร์ตัน และไม่ได้แขวนสตั๊ดกับทีม แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นฟอร์มของแข้งร่างอวบไม่ได้ใกล้เคียงกับการที่จะเป็นตัวจริงในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ดได้เลย

เวย์น รู่นี่ย์ กับ เอฟเวอร์ตัน
เวย์น รู่นี่ย์ กับ เอฟเวอร์ตัน

แต่กลับกันประสบการณ์และความสามารถของเขาจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในถิ่นกูดิสัน พาร์ค สถานที่ที่ครั้งหนึงชุบตัวเขาในวัยเด็กให้กลายมาเป็นหนึ่งในยอดนักเตะของยุโรป ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงสร้างทีมให้กลายมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษภายใต้การคุมทีมของยอดกุนซืออย่างโรนัลด์ คูมัน

เรื่องนี้ผมจึงมองว่ามันเป็นการ วิน-วิน กันทุกฝ่าย แมนฯยูได้ปล่อยนักเตะที่ไม่สามารถเป็นตัวจริง แต่ดีเกินกว่าจะเป็นสำรองออกจากทีม เอฟเวอร์ตัน ได้นักเตะมากประสบการณ์ที่จะเข้ามาช่วยสร้างทีม รูนี่ย์ได้มีโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงและได้เล่นกับสโมสรเดิมในวัยเด็ก

นี่จึงน่าจะเป็นบทสรุปที่ลงตัวที่สุดแล้ว

เพราะไม่ว่าจะแขวนสตั๊ดกับทีมหรือไม่ ย้ายไปเล่นให้กับสโมสรไหน

ชื่อของ เวย์น รูนี่ย์ ก็จะถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดว่าเป็นตำนานนักเตะที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดคนนึงตลอดไป

โชคดีและขอบคุณครับกัปตัน

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ตำนานที่ยังอยู่ในสนาม

            ด้วยความเชื่อมันที่ไม่สั่นคลอนในตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยปีนี้เขาอธิบายว่าเป็นปีที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลดทีท่าหยิ่งทระนงลงไป เนื่องจาก “ชีวิตของผมมันยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กล่าวอย่างยุติธรรมเขามีทุกสิ่งที่ต้องการหมดแล้วในปี 2016 ทั้งถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก, ถ้วยแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกส และสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 5 ปีกับเรอัล มาดริด

ในนามทีมชาติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงไป 68 ประตู

การประเมินระดับฝีเท้าของเขายังอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ปีนี้เขาเกือบจะทำประตูที่ 500 ในชีวิตได้แล้ว และในนามทีมชาติก็ยิงไป 68 ประตู เทียบเท่าสถิติของ เกิร์ด มุลเลอร์ และ ร็อบบี้ คีน ที่ทำไว้ก่อนหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อายุมากขึ้นและเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีนี้คือร่างกายของเขาต้องจ่ายให้กับการถูกใช้งานอย่างหนักมาเกินกว่า 1 ทศวรรษ อย่างในยูโร 2016 ทั้งที่เขามีอาการบาดเจ็บก็ยังคงฝืนลงสนาม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งเกม จนทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายในฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเขาได้ยอมรับในภาพยนตร์สารคดี Ronaldo ว่าเขาไม่ควรฝืนลงเล่นเลย

บราซิลเป็นสถานที่ต้องดิ้นรนอย่างน่าทรมานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และแฟนบอลของเขา เขาต้องต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์กับสภาพอากาศ แต่ที่ฝรั่งเศส เขาและเพื่อนร่วมทีมจบลงอย่างมีความสุข ซึ่งก็คงต้องยกเครดิตให้ เฟร์นันโด ซานโตส กับใช้เล่ห์เหลี่ยมและประสบการณ์โค้ชอันยอดเยี่ยม พาทีมให้ประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่มีกัปตันทีมตัวเก่งอยู่ในสนาม ซานโตสใช้แผนการเล่น 4-4-2 ที่ให้โรนัลโด้วิ่งน้อยที่สุด และให้เขาคอยสนับสนุนนานีอยู่ใกล้ๆ แทน

เกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016

แต่คงไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016 ที่สนามแซงต์-เดนิส เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้าปะทะกับ ดิมิทริ ปาเยต์ และเขายังพยายามเล่นอยู่ในสนามต่อไป ก่อนจะถูกหามออกไปทั้งน้ำตา ในเกมวันนั้นของเขาจบลงที่ข้างสนามด้วยอารมณ์ที่รุนแรง พร้อมกับการแผดเสียงดังสนั่นอย่างเสียสติในช่วงต่อเวลาพิเศษ มันเหมือนเป็นการยอมรับกับทีมอื่นๆ ว่าโรนัลโด้มีอิทธิพลสูงมากในโลก ซึ่งคนในประเทศของเขารู้กันมานานแล้ว สำหรับท่าทีที่ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็นในครั้งนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเล่นเพื่อชัยชนะของประเทศ เพราะฟุตบอลยูโรสำหรับเขา มันสำคัญสิ่งที่ยิ่งกว่าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกหรือบัลลงดอร์เสียอีก มันคือการทำความฝันที่ยาวนานให้เป็นจริงขึ้นมา  สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปในปีนี้ คือการทำประตูของโรนัลโด้ที่ยังผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มีอุปสรรคอย่างอาการบาดเจ็บมาคอยขัดขวาง แต่สถิติการยิงประตูต่อเกมทั้งในสโมสรและทีมชาติกลับไม่ตกลง การถล่มประตูด้วยพลังของเขาสามารถการันตีได้ รวมไปถึงความแข็งแกร่ง การเล่นลูกกลางอากาศ และที่สำคัญคือเขารู้ว่าตัวเองควรทำอะไรในกรอบเขตโทษ แม้จะมีการบอกเป็นนัยว่าเขาคงอยู่ในเกมระดับสูงได้อีกไม่นาน การพัฒนาฝีเท้าของเขาก็หยุดลงไปไม่เมื่อปีก่อนที่เขาอยากทำให้ได้ทุกอย่าง และสำหรับตอนนี้ในช่วงเวลาปัจจุบัน เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการในเกมคือการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม    โรนัลโด้พูดถึงการเข้าชิงบัลลงดอร์ของเขา ในการฉลองเซ็ญญาฉบับใหม่ในเดือนพฤศจิกายนว่า “ผมไม่ได้หลงใหลกับสิ่งนี้” เขายอมรับ “แน่นอนว่ามันสำคัญ แต่สำหรับผมกุญแจที่ทำให้ได้รับรางวัลส่วนตัวคือการเล่นเป็นทีม”

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช : กองหน้าจอมติสท์ผู้รับหน้าที่ล่าตาข่ายให้ปีศาจแดง

“มันไม่ใช่เรื่องคุยโว หากว่าคุณสามารถทำได้จริง” หนึ่งในประโยคเด็ดจากปากของมูฮัมหมัด อาลี ซึ่งอำลาโลกไปในปีนี้ คำนี้สามารถพูดได้เช่นกันโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เมื่อดูจากอาชีพค้าแข้งที่ผ่านมาของศูนย์หน้าผู้นี้ มันแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างจริงๆ นั่นคือคุยโว แล้วก็ทำให้ได้

ในปีนี้รายหลังได้กระทำการอุกอาจยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าคุณลองได้พูดว่า “ผมจะไม่เป็นแค่ราชาแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ผมจะเป็นพระเจ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์” มันก็เหมือนคุณได้เรียกแขกเป็นอย่างมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษแล้วด้วย บางทีแค่การขึ้นครองราชย์อาจไม่ดึงดูดเพียงพอสำหรับคุณภาพฝีเท้าของอิบราฮิโมวิช และเมื่อเขาเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็ได้สร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองกลายเป็นคนสำคัญขึ้นมาทันที

มันยังเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ของมูรินโญ่ด้วยเช่นกัน กุนซือวัย 53 ปีต้องการลบภาพความล้มเหลวที่เขาเผชิญมา และก็เป็นเรื่องของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย เมื่อพิจารณาจากคู่ปรับร่วมเมืองที่กำลังสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมาเรื่อยๆ และพวกเขาก็จำเป็นจะต้องกลับสู่เส้นทางของตัวเองให้ได้หลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเฟอร์กี้ ถัดจากมูรินโญ่ ยูไนเต็ดก็เซ็นสัญญาอิบราฮิโมวิช ต่อด้วยปอล ป็อกบาเข้ามาในลีก โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์เล็กๆ ที่ว่าระบบ 4-2-3-1 ของมูรินโญ่ไม่น่าจะเหมาะกับทั้งคู่ อิบราฮิโมวิชได้เข้ามาเป็นหมากสำคัญของมูรินโญ่ ซึ่งเคยพูดถึงดาวเตะชาวสวีดิชเอาไว้ว่า “ผมต้องการใครสักคนในสนามที่สามารถอ่านเกมได้ และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ แต่จนถึงตอนนี้ ช่วงเหตุการณ์ที่ดีที่สุดของอิบราฮิโมวิชและป็อกบาในสีเสื้อปีศาจแดงก็ยังมาจากแค่ความสามารถโดยธรรมชาติของพวกเขาเท่านั้น”

และถ้าคุณจะบอกว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะไปไม่รอดหรอกในอังกฤษ แน่ใจเหรอ? คิดผิดแล้ว

อิบราฮิโมวิชเข้ามาช่วยทีมได้ในทันที ด้วยการเบิกสกอร์แรกด้วยลูกยิงกระโดดวอล เล่ย์สุดสวยในช่วงพรีซีซั่น เขายังยังประตูชัยให้ยูไนเต็ดในคอมมิวนิตี้ ชีลด์ด้วย จากนั้นก็เป็นลูกประเดิมเกมลีกจากระยะ 25 หลา ในเกมกับบอร์นมัธ 4 ประตู จากการลงสนาม 4 นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก ยังรวมถึงประตูที่คนมักลืมพูดถึงในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เกมแรกของเขาด้วย จากนั้น 6 เกม 0 ประตู นั่นทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย ซึ่งเขาก็ให้คำตอบในแบบฉบับของซลาตัน “ประตูจะตามมาเอง ผมทำประตูได้มากกว่า 450 ลูกตลอดอาชีพค้าแข้ง เพราะฉะนั้น นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจะกังวลถึงมันเลย” และเขาก็กลับมาด้วย 2 ประตูในเกมกับสวอนซี แต่บางคนก็ยังติดภาพในช่วงที่เขายิงไม่ได้อยู่ดี

หากว่าเราจัดอันดับเมื่อหลายเดือนก่อน บางทีเขาอาจจะอันดับขยับขึ้นจากที่ 16 ที่เขาทำไว้เมื่อปีก่อนก็ได้ แทนที่จะร่วงลงมา 2 อันดับ ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังอาจถามอีกอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยังติดท็อป 20 ของเราอยู่อีก?

แม้ว่าคุณอาจมองว่าลีก เอิงนั้นไม่มีอะไรเลย และทีมฝรั่งเศสที่คอยเอาชนะทีมอังกฤษในเวทียุโรก็คงไม่เห็นด้วย แต่สถิติการถล่มประตูของอิบราฮิโมวิชนั้นน่าเหลือเชื่อเอามากๆ ฤดูกาลก่อน มันดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไปเลย ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีก 29 เกม ทำได้ 38 ประตู 13 แอสซิสต์ รวมกันแล้วเป็นประตูถึง 51 ลูก จาก 29 เกม?นั่นมันบ้ามาก

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์