เครื่องบินตก

ความสูญเสียทางอากาศยาน ของวงการฟุตบอล

อุบัติเหตุเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยากมาก วงการฟุตบอลก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอยู่หลายครั้งเช่นกัน โดยเฉพาะเหตุการณ์เครื่องบินตก ถือว่าเป็นความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และนี่คือการรวบรวมเหตุการณ์อันน่าเศร้าสลดของวงการฟุตบอลที่เกิดทางเครื่องบิน

เหตุการณ์ที่เมืองตูริน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ ตูริน ประเทศอิตาลี โดยขุนพลนักเตะชุดที่ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด หรือที่เรียกกันว่าแกรนด์ โตริโน่ ผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดของชุดนี้คือ การได้เป็นแชมป์สูงสุดถึง 5 สมัยของอิตาลี แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็นำพาความสูญเสียอย่างที่สุดมาให้กับวงการฟุตบอล เมื่อครั้งที่พวกเขาเดินทางเพื่อไปเตะนัดอุ่นเครื่องกับสโมสรเบนฟิก้า ขณะที่ทั้งหมดอยู่บนสายการบิน Avio Linee Italiane ในวันที่ 4 พฤษภาคม ค.ศ.1949 และหลังจากนั้นก็เกิดเหตุการณ์เครื่องบินตก รวมจำนวนผู้เสียชีวิตมีถึง 31 คนด้วยกัน และเป็นผู้เล่นในทีถึง 23 คน และเหตุการณ์นี้ถือเป็นครั้งแรกที่ถูกบันทึกไว้ว่า มีการเสียชีวิตของนักฟุตบอลจากเหตุเครื่องบินตกอีกด้วย

เหตุการณ์ที่เมืองมิวนิค

นับเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ และเป็นข่าวดังไปทั่วโลกเมื่อสโมสรชั้นนำของอังกฤษอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกิดเหตุการณ์เครื่องบินพุ่งไถลบนรันเวย์ ณ เมืองมิวนิค เยอรมันในขณะที่นักบินกำลังนำเครื่องขึ้น เครื่องบินได้พุ่งเข้าชนกับบ้านคน จนทำให้มีนักฟุตบอลของทีมเสียชีวิตทันทีอาทิเช่น โรเจอร์ ไบรน์ ซึ่งเป็นกัปตันทีม รวมถึงสามศูนย์หน้าอย่าง เอ็ดดี้ โคลแมน ทอมมี่ เทย์เลอร์ และ เลียม วีแลน สามกองหน้าของทีม กองหลังตัวกลางอย่าง มาร์ค โจนส์  เดวิด เพ็กก์  และตัวสำรองในตำแหน่งแบ็ก อย่างเจฟฟ์ เบนท์ ส่วนดันแคน เอ็ดเวิร์ดส ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เสียชีวิตทันที แต่เขาก็ต้องจบชีวิตลงหลังจากรักษาตัวที่โรงพยาบาลได้ 15 วัน

แต่เหตุการณ์นี้ก็มีผู้รอดชีวิตคือ กุนซือแมตต์ บัสบี้ กุนซือผู้  และบ็อบบี้ ชาร์ลตัน ซึ่งยังเป็นแค่เพียงนักเตะดาวรุ่งอยู่ในขณะนั้น และหลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับในฝีเท้า และเป็นอีกหนึ่งตำนานที่สุดยอดของสโมสร รวมถึงในนามทีมชาติอังกฤษมาจนถึงปัจจุบันนี้

โดยเหตุการณ์ไม่คาดฝันครั้งนี้เกิดขึ้นวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1958 โดยพวกเขาอยู่บนเครื่องบินของสายการบินBritish European Airways ในขณะที่กำลังเดินทางกลับหลังจากผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศยูโรเปียนคัพประจำฤดูกาล 1957-1958 นับเป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายของนักเตะหลายคน ก่อนที่จะจากไปตลอดกาล

เหตุการณ์โคเปนเฮเก้น

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในวันที่ 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1960 ณ โคเปนเฮเก้น โดยนักเตะเดนนิช 8 คนเดินทางไปเพื่อทำการคัดตัวชุดโอลิมปิค โดยในครั้งนี้ประเทศอิตาลีรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขัน ทั้งหมดเดินทางโดยเครื่องบินเล็ก ของสายการบิน Zone-Redningskorpset ด้วยความที่อากาศขณะนั้นเกิดความแปรปรวนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้การควบคุมการบินมีปัญหา นักบินไม่สามารถควบคุมการบินได้ เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้เกิดการสูญเสียถึงแก่ชีวิตของนักฟุตบอลทั้ง 8 คนทันที

เหตุการณ์เทือกเขาอันเดส

เกิดขึ้นขณะที่นักฟุตบอลทั้ง 8 คนจากสโมสรซีดี กรีน ครอส กับสต๊าฟ 2 คนของพวกเขากำลังอยู่บนเครื่องของสายการบิน LAN Chile โดยพวกเขาออกจากกาสโตร เพื่อไปที่ซานติเอโก ในวันที่ 3  เมษายน ค.ศ. 1961 เมื่อเครื่องบินไปถึงเทือกเขาอันเดส อยู่ดีๆก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน โดยเครื่องบินได้หายสาบสูญไป ณ เทือกเขาแห่งนั้น และมาพบภายหลังว่าผู้โดยสารบนเครื่องทั้งหมด 24 คนได้เสียชีวิตทั้งหมด รวมถึงนักฟุตบอลทั้ง 8 คนด้วย ถือเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดของสโมสรฟุตบอลในประเทศชิลีเป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ที่ซานตา ครูซ

ทีเดอะ สตรองเกสต์ ซึ่งเป็นทีมชั้นนำของประเทศโบลิเวีย ได้สูญเสียนักเตะที่มีค่าของทีมไปถึง 17 คนด้วยกัน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ณ วันที่ 24  กันยายน ค.ศ. 1969 ซึ่งทีได้ถูกเชิญให้ไปเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลนัดพิเศษที่เมืองซานตา ครูซ โดยเมื่อแข่งขันเสร็จ และเดินทางกลับกรุงลา ปาซ ในอีกสองวันถัดมา พวกเขาอยู่บนสายการบิน Lloyd Aéreo Boliviano ขณะนั้นเองก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น บนเครื่องบินมีผู้โดยสารจำนวนมาก และในครั้งนี้จึงมีผู้เสียชีวิตมากถึง 74 ชีวิต รวมทั้งนักเตะ 17 คนของทีมและกุนซืออุซตากิโอ ออร์ตูโญ่และผู้ช่วยอีก 2 คน

และแน่นอน เหตุการณ์ล่าสุด ที่คร่าชีวิตนักเตะทีมชาเปโคเอนเซ่ จากลีคเซเรีย อา ของบราซิล ที่เดินทางไปแข่งโคปา ซูดาเมริกาน่าที่ประเทศโคลัมเบีย โดยเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับเครื่องบินจากสายการบิน LaMia เที่ยวบิน RJ85  ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าเสียใจให้กับวงการฟุตบอลอีกครั้งหนึ่ง เป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ และไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นจริงๆ

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

อันโตนิโอ คอนเต้

อันโตนิโอ คอนเต้ : สร้างสิ่งที่สำคัญ

อันโตนิโอ คอนเต้ เผยว่าสิ่งที่เขาโฟกัสในตอนนี้คือการที่นักเตะของเขารักษาฟอร์มการเล่นที่น่าประทับใจและคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกให้ได้

“สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพยายามที่จะคว้าแชมป์ลีก” อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าว

สิงโตน้ำเงินครามเหลือเกมลงเล่นอีก 10 นัดในลีก โดยเกมแรกคือเกมในวันนี้ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของคริสตัล พาเลซ และเรามีคะแนนนำอยู่บนจ่าฝูงถึง 10 คะแนน โชคชะตาอยู่ในมือของพวกเราแล้ว ในช่วงเวลานี้ของซีซั่น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่พูดถึงข่าวคราวของซัมเมอร์ที่จะถึงนี้ เรื่องของนักเตะย้ายเข้าย้ายออก แต่ อันโตนิโอ คอนเต้ ต้องการให้เรื่องเหล่านั้นพักไว้ก่อน ค่อยมาพูดถึงมันอีกหลังได้ข้อสรุปในฤดูกาลนี้แล้ว “สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องพยายามที่จะคว้าแชมป์ลีก” กุนซือชาวอิตาเลียนกล่าว “เมื่อฤดูกาลนี้จบลง ทั้งตัวผมและสโมสรจะร่วมกับพูดคุยในการพัฒนาทีมและตัวผู้เล่น”  “มันจะเป็นสิ่งที่สำคัญมากแต่ตอนนี้ผมยังไม่เห็นปัญหาอะไรเกิดขึ้นเพราะว่าสโมสรแห่งนี้มีความทะเยอะทะยานที่สูง มันเกิดขึ้นในอดีตและกำลังจะเกิดขึ้นเช่นกันในอนาคต ผมมีความสุขมากที่ได้รับหน้าที่คุมสโมสรนี้”

“ตอนนี้ผมคิดว่าพวกเรากำลังทำผลงานได้ดีมาก นักเตะทุกคนลงเล่นให้ผม 120% และมันยอดเยี่ยมมาก แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ต้องพูดถึงฤดูกาลหน้ามาถึง เราจะร่วมมือกันมองหาหนทางที่ถูกต้องในการพัฒนาทีมและเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมมากกว่าฤดูกาลนี้”

มีรายงานจากสื่อเกิดขึ้นเกี่ยวกับข่าวคราวอนาคตของเอเด็น อาซาร์ ผู้ที่ อันโตนิโอ คอนเต้ ได้เผยว่าจะพร้อมลงเล่นในเกมวันนี้หลังจากที่พลาดการลงสนามกับสโต๊คกับเกมทีมชาติจากอาการบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม เฮดโค้ขสิงโตน้ำเงินครามเชื่อว่าไม่มีเหตุผลใดสำหรับนักเตะเราที่ต้องการย้ายไปที่อื่น เพราะสโมสรนี้เป็นสโมสรที่มีความทะเยอะทะยายที่สูงส่งอยู่แล้ว

“ผมคิดว่าในสถานการณ์แบบนี้มันสำคัญเสมอที่จะเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเงินหรือมันเป็นเรื่องจริง”อันโตนิโอ คอนเต้ กล่าว “ในสถานการณ์นี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวนักเตะเอง เพราะถ้านักเตะมีความสุขและอยากจะอยู่ที่สโมสรที่ยอดเยี่ยมพร้อมความทะเยอทะยาน ผมไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาเกิดขึ้น ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญที่คุณจะรู้สึกว่าคุณอยู่ถูกสโมสร เมื่อคุณได้ก้าวมาเป็นนักเตะระดับท็อปคุณก็ต้องการที่จะชนะและคว้าแชมป์ทุกรายการ ผมคิดว่าตอนนี้เรากำลังร่วมมือกันสร้างบางสิ่งบางอย่างที่สำคัญและนี่เป็นแค่การเริ่มต้นของพวกเรา เรากำลังวางรากฐานให้กับที่นี่ ถ้าเราสามารถที่จะคว้าแชมป์ลีกได้ในซีซั่นนี้แปลว่าเรากำลังจะทำในสิ่งที่น่าเหลือเชื่อมาก”

คอนเต้จะรับการมาเยือนของแซม อัลลาไดซ์ในเกมค่ำคืนนี้ที่เชลซีจะเปิดบ้านพบกับคริสตัล พาเลซ และกุนซือชาวอิคาเลียนเชื่อว่าประสบการณ์ที่เขาได้จากการคุมทีมปะทะกับทีมที่มีกุนซือชาวอังกฤษคุมนั้นเป็นประโยชน์สำหรับเขามาก

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

 

 

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ : ตำนานที่ยังอยู่ในสนาม

            ด้วยความเชื่อมันที่ไม่สั่นคลอนในตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยปีนี้เขาอธิบายว่าเป็นปีที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการลดทีท่าหยิ่งทระนงลงไป เนื่องจาก “ชีวิตของผมมันยอดเยี่ยมที่สุดแล้ว” กล่าวอย่างยุติธรรมเขามีทุกสิ่งที่ต้องการหมดแล้วในปี 2016 ทั้งถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก, ถ้วยแชมป์ยูโรกับทีมชาติโปรตุเกส และสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา 5 ปีกับเรอัล มาดริด

ในนามทีมชาติ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงไป 68 ประตู

การประเมินระดับฝีเท้าของเขายังอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ปีนี้เขาเกือบจะทำประตูที่ 500 ในชีวิตได้แล้ว และในนามทีมชาติก็ยิงไป 68 ประตู เทียบเท่าสถิติของ เกิร์ด มุลเลอร์ และ ร็อบบี้ คีน ที่ทำไว้ก่อนหน้า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อายุมากขึ้นและเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด ในกรณีนี้คือร่างกายของเขาต้องจ่ายให้กับการถูกใช้งานอย่างหนักมาเกินกว่า 1 ทศวรรษ อย่างในยูโร 2016 ทั้งที่เขามีอาการบาดเจ็บก็ยังคงฝืนลงสนาม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถเล่นได้ตลอดทั้งเกม จนทำให้ความทรงจำอันเลวร้ายในฟุตบอลโลกเมื่อ 2 ปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้นเขาได้ยอมรับในภาพยนตร์สารคดี Ronaldo ว่าเขาไม่ควรฝืนลงเล่นเลย

บราซิลเป็นสถานที่ต้องดิ้นรนอย่างน่าทรมานของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และแฟนบอลของเขา เขาต้องต่อสู้อย่างไร้ประโยชน์กับสภาพอากาศ แต่ที่ฝรั่งเศส เขาและเพื่อนร่วมทีมจบลงอย่างมีความสุข ซึ่งก็คงต้องยกเครดิตให้ เฟร์นันโด ซานโตส กับใช้เล่ห์เหลี่ยมและประสบการณ์โค้ชอันยอดเยี่ยม พาทีมให้ประสบความสำเร็จทั้งที่ไม่มีกัปตันทีมตัวเก่งอยู่ในสนาม ซานโตสใช้แผนการเล่น 4-4-2 ที่ให้โรนัลโด้วิ่งน้อยที่สุด และให้เขาคอยสนับสนุนนานีอยู่ใกล้ๆ แทน

เกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016

แต่คงไม่มีใครคิดมาก่อนว่าจะเกิดดราม่าขึ้นในนัดชิงฟุตบอลยูโร 2016 ที่สนามแซงต์-เดนิส เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เข้าปะทะกับ ดิมิทริ ปาเยต์ และเขายังพยายามเล่นอยู่ในสนามต่อไป ก่อนจะถูกหามออกไปทั้งน้ำตา ในเกมวันนั้นของเขาจบลงที่ข้างสนามด้วยอารมณ์ที่รุนแรง พร้อมกับการแผดเสียงดังสนั่นอย่างเสียสติในช่วงต่อเวลาพิเศษ มันเหมือนเป็นการยอมรับกับทีมอื่นๆ ว่าโรนัลโด้มีอิทธิพลสูงมากในโลก ซึ่งคนในประเทศของเขารู้กันมานานแล้ว สำหรับท่าทีที่ไม่ค่อยแสดงให้ใครเห็นในครั้งนั้น ก็ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่าการเล่นเพื่อชัยชนะของประเทศ เพราะฟุตบอลยูโรสำหรับเขา มันสำคัญสิ่งที่ยิ่งกว่าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกหรือบัลลงดอร์เสียอีก มันคือการทำความฝันที่ยาวนานให้เป็นจริงขึ้นมา  สิ่งหนึ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงไปในปีนี้ คือการทำประตูของโรนัลโด้ที่ยังผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มีอุปสรรคอย่างอาการบาดเจ็บมาคอยขัดขวาง แต่สถิติการยิงประตูต่อเกมทั้งในสโมสรและทีมชาติกลับไม่ตกลง การถล่มประตูด้วยพลังของเขาสามารถการันตีได้ รวมไปถึงความแข็งแกร่ง การเล่นลูกกลางอากาศ และที่สำคัญคือเขารู้ว่าตัวเองควรทำอะไรในกรอบเขตโทษ แม้จะมีการบอกเป็นนัยว่าเขาคงอยู่ในเกมระดับสูงได้อีกไม่นาน การพัฒนาฝีเท้าของเขาก็หยุดลงไปไม่เมื่อปีก่อนที่เขาอยากทำให้ได้ทุกอย่าง และสำหรับตอนนี้ในช่วงเวลาปัจจุบัน เขารู้แล้วว่าสิ่งที่เขาต้องการในเกมคือการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมทีม    โรนัลโด้พูดถึงการเข้าชิงบัลลงดอร์ของเขา ในการฉลองเซ็ญญาฉบับใหม่ในเดือนพฤศจิกายนว่า “ผมไม่ได้หลงใหลกับสิ่งนี้” เขายอมรับ “แน่นอนว่ามันสำคัญ แต่สำหรับผมกุญแจที่ทำให้ได้รับรางวัลส่วนตัวคือการเล่นเป็นทีม”

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช

ซลาตัน อิบราฮิโมวิช : กองหน้าจอมติสท์ผู้รับหน้าที่ล่าตาข่ายให้ปีศาจแดง

“มันไม่ใช่เรื่องคุยโว หากว่าคุณสามารถทำได้จริง” หนึ่งในประโยคเด็ดจากปากของมูฮัมหมัด อาลี ซึ่งอำลาโลกไปในปีนี้ คำนี้สามารถพูดได้เช่นกันโดย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช เมื่อดูจากอาชีพค้าแข้งที่ผ่านมาของศูนย์หน้าผู้นี้ มันแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างจริงๆ นั่นคือคุยโว แล้วก็ทำให้ได้

ในปีนี้รายหลังได้กระทำการอุกอาจยิ่งขึ้นกว่าเดิมอีก มันไม่สำคัญหรอกว่าคุณจะเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าคุณลองได้พูดว่า “ผมจะไม่เป็นแค่ราชาแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ผมจะเป็นพระเจ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์” มันก็เหมือนคุณได้เรียกแขกเป็นอย่างมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการฟุตบอลอังกฤษแล้วด้วย บางทีแค่การขึ้นครองราชย์อาจไม่ดึงดูดเพียงพอสำหรับคุณภาพฝีเท้าของอิบราฮิโมวิช และเมื่อเขาเซ็นสัญญากับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เขาก็ได้สร้างภาพลักษณ์ให้ตนเองกลายเป็นคนสำคัญขึ้นมาทันที

มันยังเป็นเรื่องของภาพลักษณ์ของมูรินโญ่ด้วยเช่นกัน กุนซือวัย 53 ปีต้องการลบภาพความล้มเหลวที่เขาเผชิญมา และก็เป็นเรื่องของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกด้วย เมื่อพิจารณาจากคู่ปรับร่วมเมืองที่กำลังสร้างอาณาจักรของตนเองขึ้นมาเรื่อยๆ และพวกเขาก็จำเป็นจะต้องกลับสู่เส้นทางของตัวเองให้ได้หลังเปลี่ยนผ่านจากยุคเฟอร์กี้ ถัดจากมูรินโญ่ ยูไนเต็ดก็เซ็นสัญญาอิบราฮิโมวิช ต่อด้วยปอล ป็อกบาเข้ามาในลีก โดยไม่สนใจเสียงวิจารณ์เล็กๆ ที่ว่าระบบ 4-2-3-1 ของมูรินโญ่ไม่น่าจะเหมาะกับทั้งคู่ อิบราฮิโมวิชได้เข้ามาเป็นหมากสำคัญของมูรินโญ่ ซึ่งเคยพูดถึงดาวเตะชาวสวีดิชเอาไว้ว่า “ผมต้องการใครสักคนในสนามที่สามารถอ่านเกมได้ และเข้าใจในสิ่งที่เราต้องการ แต่จนถึงตอนนี้ ช่วงเหตุการณ์ที่ดีที่สุดของอิบราฮิโมวิชและป็อกบาในสีเสื้อปีศาจแดงก็ยังมาจากแค่ความสามารถโดยธรรมชาติของพวกเขาเท่านั้น”

และถ้าคุณจะบอกว่า ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จะไปไม่รอดหรอกในอังกฤษ แน่ใจเหรอ? คิดผิดแล้ว

อิบราฮิโมวิชเข้ามาช่วยทีมได้ในทันที ด้วยการเบิกสกอร์แรกด้วยลูกยิงกระโดดวอล เล่ย์สุดสวยในช่วงพรีซีซั่น เขายังยังประตูชัยให้ยูไนเต็ดในคอมมิวนิตี้ ชีลด์ด้วย จากนั้นก็เป็นลูกประเดิมเกมลีกจากระยะ 25 หลา ในเกมกับบอร์นมัธ 4 ประตู จากการลงสนาม 4 นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก ยังรวมถึงประตูที่คนมักลืมพูดถึงในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้เกมแรกของเขาด้วย จากนั้น 6 เกม 0 ประตู นั่นทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมาย ซึ่งเขาก็ให้คำตอบในแบบฉบับของซลาตัน “ประตูจะตามมาเอง ผมทำประตูได้มากกว่า 450 ลูกตลอดอาชีพค้าแข้ง เพราะฉะนั้น นั่นคือสิ่งสุดท้ายที่ผมจะกังวลถึงมันเลย” และเขาก็กลับมาด้วย 2 ประตูในเกมกับสวอนซี แต่บางคนก็ยังติดภาพในช่วงที่เขายิงไม่ได้อยู่ดี

หากว่าเราจัดอันดับเมื่อหลายเดือนก่อน บางทีเขาอาจจะอันดับขยับขึ้นจากที่ 16 ที่เขาทำไว้เมื่อปีก่อนก็ได้ แทนที่จะร่วงลงมา 2 อันดับ ถึงอย่างนั้น คุณก็ยังอาจถามอีกอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงยังติดท็อป 20 ของเราอยู่อีก?

แม้ว่าคุณอาจมองว่าลีก เอิงนั้นไม่มีอะไรเลย และทีมฝรั่งเศสที่คอยเอาชนะทีมอังกฤษในเวทียุโรก็คงไม่เห็นด้วย แต่สถิติการถล่มประตูของอิบราฮิโมวิชนั้นน่าเหลือเชื่อเอามากๆ ฤดูกาลก่อน มันดูเหมือนเป็นเรื่องตลกไปเลย ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีก 29 เกม ทำได้ 38 ประตู 13 แอสซิสต์ รวมกันแล้วเป็นประตูถึง 51 ลูก จาก 29 เกม?นั่นมันบ้ามาก

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์

 

ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์

5 สิ่งที่ต้องรู้ในเกมที่ เชลซี ชนะ สเปอร์ส ในศึก ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์

ถือว่าเป็นเกมที่สมศักดิ์ศรี ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ เลยทีเดียว สำหรับ เชลซี ที่เปิดรัง สแตมฟอร์ดบริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์  สุดท้ายก็เป็นทาง สิงห์บูล เอาชนะไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1 รั้งจ่าฝูงต่อไปของ พรีเมียร์ อังกฤษ สังเกตและสถานะการณ์ปัจุบันอะไรที่สำคัญของ เชลซี กันบ้างกับ ‘5 สิ่งที่ต้องรู้ในเกม ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์

วิเคราะเกมส์ ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์

เกมรับของของ เชลซี ถือว่าสอบผ่านก็ยังไงอยู่ เพราะสกอร์ที่ออกมา เชลซี เป็นผ่ายชนะ แต่ทาง สเปอร์ส นั้นใช้โอกาสเปลืองเองมากกว่า เลยทำให้ทาง อัซปิลิกวยต้า, หลุยซ์ และ เคฮิล ได้เครดิตจากเกมรับกันไปเล็กน้อย มีจังหวะหลาย ๆ ครั้งในเกม สเปอร์ส สามารถเข้าลุ้นทำประตูทั้งข้างนอกและข้างในกรอบเขตโทษ ในครึ่งแรกจะว่าเป๋ไปเลยก็ได้หลังจากโดนนำก่อน 0-1 จาก เอริกเซน ทีมเยือนได้มีโอกาสส่องไกลอีกหลายหนจากนั้น ไม่ว่าจะเป็น เอริกเซน, วานยามา, เคน และ เดมเบเล ต่างก็มีโอกาสจบสกอร์ด้วยกันทั้งนั้นหลายต่อหลายครั้ง

แต่ก็ถือว่ากลับมาทำในครึ่งหลังได้ดี เพราะกองหน้าดาวซัลโวของ ไก่เกือยทอง อย่าง เคน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก โดนทางสามกองหลังกดดันซะเล่นไม่ออกอยู่เหมือนกัน ถึงแม้ครึ่งแรกจะปล่อยโอกาสให้ สเปอร์ส เยอะไปบ้าง แต่ครึ่งหลังถือว่าไม่ขี้เหร่อะไร ก็องเต้ ยังโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นเกมรับ หรือเติมเกมรุกยังทำได้ดีตามมาตราฐานที่เขาเป็น ความแข็งแกร่ง อ่านเกมดี ยังเป็นหัวใจในแนวรับแดนกลางของ สิงห์บูล อยู่เสมอ ความคล่องตัวและ เซนส์การผ่านบอล ที่คอยถ่ายบอลไปมา ก็สามารถช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีมในเกมรุกได้ อีกทั้งยังมีจังหวะยิงไกลที่ได้ลุ้นกับเขาเหมือนกัน

แน่นอนว่า เชลซีมีสถิติที่ดีเลยทีเดียวในการเก็ยคลีนชีทได้ถึง 7 นัด ก็ต้องให้เครดิตกับทางกองหลังของ เชลซี และที่สำคัญคือ กูร์ตัว แต่นัดเมื่อคืนหลังจากลูกยิง 0-1 ของ อีริกเซน แล้วสถิติไม่เสียประตูใน 7 นัดของ สิงห์บลู ก็ต้องหยุดลงที่เท่านี้ แต่ก็โทษ กูร์ตัว ไม่ได้เพราะลูกยิงด้วยซ้ายของกองกลาง ไก่เดือยทอง นั้นสุดยอดเกินบรรยายจริงๆ

ถือว่าเป็นสถิติใหม่ที่เพิ่งได้มา หลังไม่สามารถทำคลีนชีทได้ติดต่อกันเป็นนัดที่ 8 แต่อย่างไรก็ตาม ชัยชนะย่อมดีกว่าไม่เสียประตูแต่มีผลเสมออยู่แล้ว หลังจากชนะ สเปอร์ส ใน ลอนดอน ดาร์บี้  แมตช์ เมื่อคืนวันเสาร์ ทำให้ เชลซี เก็บชัยชนะ 7 นัดรวดใน พรีเมียร์ลีก มี 31 แต้ม รั้งจ่าฝูงไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์แน่นอนแล้ว โดยมีอันดับสองและสามอย่าง ลิเวอร์พูล และ  แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามมาติด ๆ โดยมี 30 คะแนนเท่ากัน แต่ หงส์แดง มีประตูได้เสียดีกว่า 1 ลูก

สนับสนุนโดย: บอลนิยม เว็บแทงบอลออนไลน์